ยังคาดหวัง

posted on 30 Dec 2011 00:37 by weewee in PRIVATE
ยังคาดหวังและภาวนาไม่ให้มีแต่บัตรยืนในคอนเสิร์ตลาร์ค
ไม่งั้น...คงไม่อยากดูแล้ว มันดูเอาเปรียบกันเห็นๆ
 
เป็นไอเท็มส่งท้ายปีที่หัวแตก พอๆ กับการจองบัตรพรีเซลล์ที่อ่านรายละเอียดแล้วเฮงซวยมาก
 
แน่ใจนะ ว่าใช่บีอีซีที่จัดเอ็กซ์  ยิ่งตอนนี้เฉยๆ กับวงนี้ลงไปมาก เลยเสียดายเงินยังไงก็ไม่รู้
 
บ่นส่งท้ายปี 2554 

Live Report X-JAPAN End of World Tour 8/11/11 @ Thailand

posted on 11 Nov 2011 09:55 by weewee in REPORT

รู้ข่าวว่า X จะมาเล่นไลฟ์ที่บ้านเราครั้งแรก สมองก็ประมวลออกมาทันทีว่าจะมาจริงหรือ เอ๋...จะมาแน่นะ

มาก็ดี ไม่มาก็ไม่แปลก บ้านเรามักมีวิกฤตการณ์อะไรแปลกๆ กั้นไม่ให้พวกเขามาทุกที

อ่ะ...แต่ว่าแล้วมันก็เป็นจริงจนได้ X มาประเทศไทย มีการเปิดจองบัตรอย่างอลังการ

แล้วเราก็ได้บัตรโซน SM อย่างที่ตั้งใจจากการไปเข้าคิวให้ของลูน่า และการนั่งวิเคราะห์โซนของอิมแพค อารีน่า ว่าโซนนี้ละโอเคสุดๆ แล้ว ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะซาวน์เสียงและมุมมองตรงนั้นทำให้ตัวเองรู้สึกดีมาก

.

เสร็จแล้วก็มานั่งคุยกัน ฮะกับลูน่าจะคอส ส่วนตัวเองก็แค่แต่งสไตค์คุณสุละนะ ไม่เอาอะไรมาก

ช่วงนั้นรู้สึกตื่นเต้น เริ่มเตรียมตัวกัน ครึกครื้น ดูทุกอย่างจะราบรื่นไปหมด

นั่งดู TTM ว่าจะ SOLD OUT บัตรหมดเมื่อไร แล้วก็ไม่ผิดหวัง มันหมดใน 2 อาทิตย์

สุดยอดมากไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งไหนจะขายบัตรได้หมด แถมเร็วขนาดนี้ด้วย

.

แต่...ว่ามันคงเป็นคลื่นลมที่สงบเกินไป ไม่เหมาะกับตำนาน J-Rock ที่ยิ่งใหญ่แบบ X แน่ๆ

เพราะเมืองไทยต้อนรับ X แบบยิ่งใหญ่อลังการให้คนทั่วโลกได้จดจำ ด้วย "มหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ์ในรอบ 50 ปี"

X ไม่ยกเลิกการแสดง ในขณะที่ไลฟ์คนอื่นๆ เขาถอยกันไปเป็นแถวๆ

แบบนี้แล้วคนไทยก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน จะขึ้นรถ ลงเรือ ฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงๆ ทุกคนก็มากัน

ป่านประหนึ่งสละฐานที่มั่น ล่องเรือมาหาความฝันชั่วข้ามคืน มาหากำลังใจ มาเติมพลังให้เดินต่อไปได้

น้ำท่วมคงไม่สามารถห้ามได้ แล้วทำไมคนเราต้องจดจ่อ จมจ่อมกับความทุกข์ตลอดเวลา คนเราก็ต้องเติมความสุขให้ตัวเองบ้าง

ทั้งหมอ ทั้งนักจิตวิทยาก็ว่าให้รู้จักพักสมองกันบ้างจะได้ไม่เครียด

.

เอาละตุ้มๆ ต้อมๆ ว่า จะมาไม่มา ในที่สุดวันที่ 7 ก็ได้ไปรับคุณสุหงิโซ๋ คุณฮีท คุณโยชิกิ คุณปาตะ ที่สนามบิน

อา...เห็นแต่คุณสุเต็มๆ ตา มี ฮีทกับปาตะทำตัวเนียนๆ เหมือนสตาฟ ซะไม่มี คอยอีกซักพักคุณโยถึงเดินออกมา

เอาละ แค่นี้ก็โอเคแล้ว....คอยคืนวันที่ 8 ละนะ จะได้ทั้งดูและฟังให้เต็มๆ ตาเลย

.

.

วันที่ 8 ช่วงเช้าอะไรๆ ก็ดีไปหมด แต่รถตู้เกิดเบี้ยวไม่ยอมมารับ แย่มาก

แต่ยังดีน้องชายรุ่นน้องขับฟอร์จูนเนอร์อัดคนรวมคนขับ 12 คนไปส่ง อัดกันนิดหน่อย แต่สนุกดี

วันนี้ร้อน ร้อนมาก แต่บล็อคหน้ามาดี เหงื่อซึมแค่ไหน รับรองเมคอัพไม่ละลายแน่

แค่เปลี่ยนเชิร์ตชีฟอง เป็นเสื้อตาข่าย กับผ้าเช็ดหน้าอีกผืน คุณสุสไตค์ก็มาแล้ว ฮ่าๆๆ

ถ่่ายรูปกันสนุกสนาน มีคนมาสัมภาษณ์ด้วยละ เวลาอยู่ร่วมกันสามคน คือ ตัวเอง ฮะคุโร่ ลูน่า

เป็นมาตั้งแต่ดูไลฟ์ที่ฮ่องกงแล้ว หรือว่าต้องไปแบบทรีโอนี่ละ คงเวิร์คสุดๆ แล้ว

.

เอาละ ถึงเวลาที่รอคอยแล้ว ไลฟ์เริ่มเลทไปชั่วโมงหนึ่ง ก็นั่งหาวหวอดๆ คอยกันไป

อินโทรลขึ้น แสงสีเสียงมาแล้ว เริ่มแล้ว และแล้วทุกคนก็ได้ดู X-Japan ในไทยซะที

ก็เป็นอย่างที่หวัง ที่คิดไว้ คุณสุอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเห็นว่าทำอะไร อยู่ตรงไหน เห็นสีหน้า เห็นการเคลี่ยนไหวที่ชัดเจน

อาจจะดูเหมือนผิดมาดูไลฟ์ X แต่ใจจดจ่อไปที่คนๆ เดียว แต่พลังเสียงของโทชิ

เบสของฮีท กีตาร์ปาตะก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หรือกลองของโยชิกิก็เป็นการเล่นที่ใส่พลังใจลงไปหมด

.

ฮีทดูเป็นเบสแบบเฮฟวี่ร็อคสุดๆ หลังจากสลัดเสื้อพังค์บนตัวออกไป โชว์หุ่นขาวๆ กล้ามเล็กๆ กระชากใจกระแทกตา แทรกซีนเด่นเล่นเอาคนกรี๊ดเป็นแทบๆ เท่ห์มาก แมนมาก

ส่วนปาตะมาในลีลากีตาร์ร็อคแบบบุปผาชน พร้อมเคราแพะดูโดดเด่นแบบส่วนตัวมาก

ในขณะทีโทชิมาในลุคเจ้าพ่อเซียงไฮ้ กับผมเซทแบบริวจี้ สองคนนี้เขาใจตรงกันน่าดูเลยนะ พลังเสียงที่มีเหลือเฟือ ออกแนวกว้างกว่าแต่ขึ้นสูงแล้วมีเสน่ห์ ไม่หนวกหูหรือฟังแล้วรำคาญ น้ำเสียงและการเปล่งเสียงออกมาเป็นเสียงแบบผู้ใหญ่ มีพลัง หนักแน่น ไม่อ่อนล้าหรือตกลงในขณะที่ร้องตลอดการโชว์ 

ส่วนโยชิกิ ก็ปล่อยพลัง ออร่า สร้างความสุขให้คนดูตลอดเวลา ไม่ต้องพังกลอง พังข้าวของ แต่ก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง

การเล่นกลอง สลับเปียนโนไปมา ดูแล้วน่าจะใช้พลังไปสุดๆ เป็นการโชว์ทักษะตัวในการเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างมีเสน่ห์มาก

.

และคนสุดท้าย สมาชิกใหม่ที่เข้ามาเล่นในตำแหน่งกีตาร์ฮิเดะ...สุหงิโซ๋...ขอพูดถึงคนนี้มากละกันนะ

คุณสุเล่นกีตาร์ไลน์แบบฮิเดะ แต่ไม่ได้เลียนแบบท่าทางการแสดง

เพราะการเล่นกีตาร์ในชุดนางพญางูขาวนั้น ไม่ใช่แบบที่อยู่กับลูน่า ซี หรือแบบออกโซโล่เดียว

มันดูเหมือนว่าคุณสุแสดงมากกว่าที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการหมุนไปหมุนมา วิ่งไปวิ่งมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

การวางเท้าเหมือนเท้าไม่มีน้ำหนัก เหมือนตนกำลังสื่อสารหรืออาจจะเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งเพื่อให้พี่ชายได้เห็น

และคุณสุคงอยากดึงคนให้เห็นโลกนั้นด้วย คุณสุใช้สีหน้า ท่าทาง เสื้อผ้าที่สามารถพริ้วไหวได้ตามอารมณ์ขึ้นลงของตน

สื่อหาคนดูได้โดยไม่ต้องพูด เหมือนใช้ร่างกายตัวเองเป็นเส้นเสียงอีกเส้นของสายกีตาร์

.

แต่...เมื่อออกจากภวังค์ ก็จะเห็นคุณชายขาวีนขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นท่ากวักมือ จิกตา เรียกให้สตาฟคนนั้นคนนี้ขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนต้องการ

เมื่อมีช็อตว่างสำหรับตนเอง ก็หันหลังไปส่องกระจกใบเล็กๆ เป็นพ่อนกหงษ์หยก คอยเวลาเข้าท่อนเล่นของตน ก่อนเยื่องย่างออกมาเสมือนพ่อนกยูงรำแพนหาง เป็นแบบนี้ได้ตลอด

และคุ้มมาก เมื่อได้ฟังคุณสุโซโล่ไวโอลีน มากกว่าที่ฮ่องกงเยอะ และพิเศษแบบจัดหนักมากๆ ด้วยไวโอลีนหมอลำร็อค เล่นเอาคนไทยลุกขึ้นมาเซิ้งกันหลายคนทีเดียว...

และอีกภาพหนึ่งที่ยังติดตา ติดหูอยู่ก็ คือ ภาพที่คุณสุหันหลังให้แสงเล่นไวโอลินพร้อมเปียนโน มนต์ขลังความมีเสน่ห์ของเครื่องดนตรีคลาสสิค ผสานกับความเซ็กซี่แบบยูนิคเซ็กซ์ของทั้งคู่ มันช่างดึงดูดเหลือเกิน

.

เป็นความแตกต่างของสมาชิก แต่ก็ดูลงตัวและสนุกมาก การแสดงเล่นอย่างต่อเนื่องไปเกือบชั่วโมงครึ่ง แล้วก็เข้าช่วงพักยาว

ช่วงนี่หล่ะที่เท่ากับซีดีแผ่นหนึ่งเลยทีเดียว

แต่คนไทยก็สามารถเล่นสนุกได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเวฟแบบขำๆ การปรบมือ กระทืบเท้า พร้อมการตะโกน We are X  หรือการร้องแต่เด็ดสุดคงเป็นเพลงลอยกระทง เป็นการอังกอร์แบบไทยๆ เท่านั้น ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำได้แน่ ทำสลับไปมา

.

ในที่สุดโยชิกิก็ออกมาพร้อมชุดซิ่นทองสไบเฉียง ทั้งน่ารักแล้วก็ขำๆ

แต่คนที่เปลี่ยนมาแบบทั้งตัวก็คือคุณสุ เสื้อผ้ารองเท้าเปลี่ยนมาทรงดำทั้งชุด ท่าทางจะเหนียวตัวกับชุดงูขาวสิท่า

จากนั้นโยชิกิก็เรียกสมาชิกทั้งหมดและผู้ชมในฮอลล์ให้ยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชัวิตในอุทกภัยครั้งนี้ ดูมีพลังเป็นอย่างมากที่คนหมื่นกว่าคน ยืนสงบนิ่งได้เช่นนี้ 

ช่วงสุดท้ายแล้วที่คนจะได้เก็บเกี่ยวความฝันครั้งนี้ ทุกคนได้ X Jump ของจริงแล้ว เราได้กระโดด กระโดดอย่างที่ฝัน

ได้ร้อง ได้ตะโกนอย่างใจคิด เมื่อการแสดงจบแต่การเซอร์วิสแฟนเพลงยังไม่จบ

มีของแถมเล็กๆ น้อยๆ การปาขวดน้ำ การถ่ายรูปของ X กับแฟนเพลง การลงไดรฟ์เล็กๆ ของคณสุกับโยชิกิ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดได้ตลอดเวลา

.

และแล้วเวลาแห่งการแยกย้ายก็มาถึง มีความรู้สึกว่าวันนี้ คือการจบทัวร์ของ X สมาชิกทุกคนเหมือนปล่อยของ

แต่ละคนองค์ลงกันไปคนละอย่าง รู้ว่าทุกการแสดงเต็มที่ แต่ขอคิดเข้าข้างคนไทยได้ไหมว่าที่นี่คงสร้างความประทับใจมากๆ ให้ X

เป็นใจให้ใจกันอย่างของแท้ X-Japan ไม่กลัวน้ำท่วมอย่างที่คนอื่นๆ กลัว คนไทยที่อยู่กับน้ำแล้วก็ไม่กลัวที่จะไปดูเหมือนกัน

.

ความเรียบร้อยแบบไทยๆ ความสนุกสนาน อารมณ์ขัน ในสถานการณ์แบบนี้คิดว่าชาติไหนก็ทำไม่ได้แบบคนไทยแน่ๆ

ถึงเราจะไม่มีวินัยดีเท่าคนญี่ปุ่น แต่การมองโลกในแง่บวกของเรา และความรัก ความคิดถึงของหลายต่อหลายคนคงสื่อถึงพวกเขาได้แน่นอน

.

และก็ได้เวลากลับบ้านด้วยฟอร์จูนเนอร์คันเก่า แต่กลับพร้อมผู้โดยสาร 17 คน

คราวนี้ละปลากระป๋องของแท้ แต่ว่าทุกคนในรถก็คุยกันอย่างเมามันส์มาก

ปัญหาเรื่องการเดินทางถือเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับว่าเราได้ดู X-Japan ในประเทศไทย

บรรยากาศความอบอุ่นของไลฟ์ครั้งนี้ คงหาไม่ได้จากที่ไหนในโลกนี้แน่นอน

บรรยากาศแบบพี่น้อง ประหนึ่งคนในครอบครัว ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันจริงๆ....

.

 .

อาจจะเล่าความรู้สึกไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่ง แต่ขอบันทึกเป็นความทรงจำให้แก่ตัวเองก็แล้วกัน

เจอน้ำท่วมหนักตอนปี 2526 ตอนนั้นยังเด็ก มองทุกอย่างสนุุกไปหมด
วันที่น้ำทะลักมา แม่ยังขี่จักรยานพาตัวเองไปโรงเรียนอยู่เลย
แต่โรงเรียนประกาศหยุดทันที จนกว่าน้ำลด ซึ่งมันก็นานจนเข้าเทอมใหม่
.
กลัวก็กลัวน้ำที่ขึ้นมาเร็วมาก ตอนถีบไปน้ำยังแค่ข้อเท้า
แต่ขากลับถึงบ้านน้ำขึ้นถึงหน้าแข้ง พออยู่กับแม่ก็ไม่กลัวเท่าไร
ดีใจที่โรงเรียนหยุดเร็วเสียอีก
.
หลังจากนั้นน้ำก็ขึ้น และขึ้นมาเรื่อยๆ จนกทม.มาทำสะพานไม้เข้าซอยให้
พ่อทำสะพานไม้เดินรอบบ้านพาดไปยังสะพานไม้ของกทม.ที่อยู่บนถนน
และพาดไปบ้านป้าที่อยู่ข้างๆ กัน
จำได้ดี พ่อจะลุยน้ำขัดตะไคร้เขียวบนสะพานบ่อยมาก
พ่อบอกว่า อย่างน้อยๆ คนในบ้านจะได้เดินไม่ลื่น ไม่ได้คิดอะไรมาก
ไม่คิดว่าเสียเปรียบหรือได้เปรียบอะไร
 
.
.
แล้วน้ำก็เริ่มสูง สูง และสูงขึ้น พ่อเริ่มทำสะพานไม้เดินในบ้าน
จำได้ตอนปีนั้นบ้านมีบันไดสามขั้นก่อนขึ้นบ้านชั้น 1
มีปลาเริ่มเข้าบ้านเรามาตอนเราเปิดประตู มาอาศัยขอข้าวสุกกิน
.
ในที่สุดเราก็ปิดตายประตูหน้าบ้าน เปิดหน้าต่างเป็นทางเข้าออกแทน เพราะน้ำท่วมถึงขอบหน้าต่างแล้ว
กันไม่ให้งู และสารพัดสัตว์อันตรายเข้ามาหนีน้ำในบ้าน
โชคดีบ้านป้าเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง ที่บ้านเลยมีห้องน้ำ ห้องส้วมเข้า
อาจจะทุลักทุเลบาง แต่เราก็อยู่กับน้ำที่สูงเกือบเมตรกว่าๆ นั้นมา 3 เดือนเต็ม
.
ลูกปลาโตขึ้นมาก มันเชื่องและน่ารักเกินกว่าจะจับกิน
ตอนนั้น เรามีบ่อปลา บ่อเต่าเล็กๆ เป็นบ่อปูนสูงประมาณกว่าครึ่งเมตรอยู่ข้างบ้าน
มีเต่าตะพาบที่พ่อเลี้ยงไว้ตั้งแต่ตัวเองจำความได้
มีปลาอะไรก็ไม่รู้ตัวสีชมพู ทุกตัวตัวใหญ่มาก แถมเชื่องอีกต่างหาก
วันที่น้ำขึ้นสูงจนท่วมบ่อ มันก็ไปหมด ไปตามน้ำที่ล้น เข้ามา...
.
ที่บ้านคือจุดท่วมขังนานสุดในกรุงเทพฯ ไร้การเหลียวแลและดูแลจากใคร
ไม่มีใครพูดถึง เสียงร้องดังไม่ถึงคนรับผิดชอบ
.
ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือจากทหาร ได้รับถุงยั้งชีพจากโครงการ "เพื่อนพึ่งภา"
ที่คิดว่าคงเริ่มปีนั้นเป็นปีแรก
ตอนนั้นองค์ท่านยังเล็กนัก แต่น้ำใจท่านยิ่งใหญ่เหลือเกิน จำภาพข่าวนั้นได้เสมอ
ภาพที่ท่านกับองค์โสมช่วยกันแพ็คของเพื่อประชาชน
.
แต่ทุกข์ร้อนนั้นกลับดังถึงในหลวง
ท่านเสด็จมา ดูความเดือดร้อน ดูส่วนระบายน้ำ ดูส่วนที่ท่วมขังจนเน่าเหม็น
ท่านบอกถึงสิ่งที่ควรจะทำ แก่เจ้าหน้าที่ที่ควรจะรับผิดชอบ
.
น้ำเริ่มลด แม่ให้ไล่ปลาออกจากบ้าน แต่พวกมันไม่ยอมไป
ภายใน 3 วัน ไม่มีน้ำท่วมแล้ว ทุกอย่างเหมือนปาฏิหารย์
แต่เป็นเรื่องจริง ที่เกิดจากการทรงงานของท่าน
.
พ่อจับปลาในบ้านไปปล่อย เพราะคงไม่มีใครกินพวกมันลง
ถามว่าทำไมไม่เลี้ยงมันไว้ พ่อบอกว่ามันมากับน้ำ ก็ปล่อยมันกลับไปกับน้ำที่มันมา
บ่อเก่าก็คงไม่เลี้ยงอะไรอีกแล้ว เพราะหากปีหน้าน้ำท่วมอีก มันก็คงหนีไปอีก
ที่บ้านก็เลยรื้อบ่อออก...
.
มาถึงวันนี้ น้ำไม่เคยท่วมอีกแล้ว
พ่อและแม่ย้ายไปอยู่เมืองชลมาสิบกว่าปี
มาถึงปีนี้ 2554 28 ปี ผ่านไป น้ำมันมาอีกแล้ว...
ไม่มีพ่อและแม่อยู่ข้างๆ ไม่มีคนทำเพื่อครอบครัว เพื่อคนรอบตัว
.
มีตัวเป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว เหนื่อยในใจ เครียดกับข่าว
แต่ก็รู้ว่าเมื่อน้ำมา มันมากับทุกข์และมันก็ต้องผ่านไป
ต้องเตรียมใจ เตรียมตัวเองให้ดีๆ ใช้กำลังใจจากภาพวันเก่าๆ หล่อเลี้ยงใจตัวเองอยู่
ภาพเก่าที่ดีๆ นั้น คือกำลังใจในปัจจุบัน
.
.
แล้วทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดีอย่างแน่นอน
 

สิ่งที่ค้างอยู่ในใจ

posted on 07 Sep 2011 11:38 by weewee in PRIVATE
มันคงค้างคาอยู่ แต่อีกไม่นานคงจางหายไป
คงใช้วันเวลา ปลดปล่อยมันไป
สิ่งไม่ดีต่างๆ นานา ถ้อยคำ ข้อความที่ไม่เป็นดั่งใจ
สายน้ำแห่งเวลาจะเป็นตัวช่วยในการชะล้างสิ่งเหล่านี้ได้แน่นอน
.
เหมือนที่เคยผ่านมา
เหมือนที่เคยผ่านไป
จิตใจที่กล้าแกร่งได้ ย่อมต้องเผชิญแรงเสียดทานที่หนักหน่วง
.
ชีวิตที่ผ่านพบ และพบเจอ ย่อมเผชิญอะไรหลายๆ อย่าง
เมื่อมี่จุดเริ่ม ย่อมมีจุดสิ้น นับเป็นสิ่งคู่นิรันดร์
ยอมรับต่อกฎเกณฑ์นี้เสมอมา
.
บางอย่างทิ้งช่วงยาว บางอย่างทิ้งช่วงสั้น
แต่เช่นไรวันจบย่อมมีมาเสมอ
.
มีผู้รู้บอกว่า การทำอะไรอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 7 ปี เซลล์ย่อมเปลี่ยน
ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
วันนั้นเมื่อมาถึง ใจยังคงหวิวไหว
บททดสอบแห่งชีวิต หนักหน่วงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามวัย
แต่ขอน้อมรับไว้ เพราะนี่ คือ ครูที่แท้จริง
ทำซุ่มซ่ามลบกระทู้ไดอารี๋ปีนี้ของตัวเองไป ก็รู้สึกเซ็งตัวไปพักใหญ่
ก็แค่เสียดาย แต่ไม่ถึงกับชอกช้ำ
เสียใจแต่ไม่มาก...แต่เซ็งexteen ไปพักใหญ่ๆ ทำไมไม่ทำระบบถังขยะเหมือนในเครื่องคอมนะ
(โวยวายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เฮ้อ....)
.
พอทำใจได้...ก็ดีขึ้นบ้าง
แต่ก็ยังดี คือรูปที่อัพไว้ไม่ลบไปเลย...ก็ดีไปอย่าง
แล้วก็เรื่ิองที่เขียนๆ ไปก็คงกลายเป็นเหมือนไดอารี่ความทรงจำแทน
ไม่มีการบันทึกด้วยข้อเขียนแล้ว ส่วนที่หลงเหลืออยู่บ้างก็ขอบันทึกไว้ในใจ
.
เรื่องไม่ดีๆ คงลืมไปหมดแน่ๆ เป็นปกติของตัวเองละนะ
เก็บสิ่งดีๆ ไว้ ใครไม่ดี อะไรไม่ดี ก็จะลบหายไปหมด
บางคนก็กลายเป็นอากาศธาตุในความทรงจำ เห็นหน้าก็จำไม่ได้
ก็เป็นแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันนะ....
.
.
ไวท์ซอสที่ทำจานแรก....อร่อยและเข้มข้นกว่าร้านมากมาย
l
l
l
v
.
เป็นการทำแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การกวนแป้งแบบ ROUX (รู) จนถึงการใช้ส่วนผสม
ไว้คนที่ชอบไวท์ซอสมาบ้านก่อนจะทำอีกครั้ง
มัน นม เนย เข้มข้นสุดๆ ละนะ ใครรู้ตัวว่าชอบก็มาเร็วๆ ละ
อยากทำอีกแล้ว ตอนกวนครีมอ่ะนะ สนุกดี ชอบๆ
^^

เผลอลบเอ๊็นทรี

posted on 01 Aug 2011 17:42 by weewee in PRIVATE
ทำไงดีเผลอลบเอ็นทรีในปีนี้
กู้ข้อมูลยังไงดี แงๆๆๆ

TAG ของใช้ส่วนตัว

posted on 21 Sep 2010 17:11 by weewee in PRIVATE

 TAG ของใช้ส่วนตัว

::: ตรวจสอบตัวเองหน่อย

 

1.สบู่ที่ใช้

::: สบู่เหลวเดทตอล, Tea Tree

 

2.โฟม ล้างหน้า (ถ้าใช้)

::: ชิเซโด, นูโทรจิน่า, พอนด์ สบู่ล้างหน้าของราชนาวีไทย

 

3.ใช้ แชมพูยี่ห้อออะไร

::: แพนทีน, สวาคอฟ

 

4.ครีม นวดผม (ถ้าใช้)

::: แพนทีน, สวาคอฟ, เอสเซนเชียล, St. Ive

 

5.ยา สีฟันที่ใช้

::: Zact

 

6.แปรง สีฟันที่ใช้สีอะไร

::: ซิสเท็มม่า สีอะไรก็ได้ที่สวย

 

7.โรลออนที่ใช้ (หรือสเปรย์)

::: นีเวีย

 

8.ปกติ ใช้น้ำหอมรึเปล่า ถ้าใช้ ใช้กลิ่นอะไร

::: ใช้ ของ กลิ่น Truth ของ คาร์วินไคน์ ฟอร์ เมน / Dunhill Fresh มีของชิบ้าง

 

9.กลิ่นหอมแบบที่ชอบเป็นแบบไหน

::: กลิ่นแบบส้มๆ หรืออมเขียวๆ แบบใบไม้ ให้ความสดชื่น

 

10.แป้ง ที่ใช้ (แป้งขวดๆนะ ไม่ใช่แป้งพัพ)

::: แป้งเย็นตรางู, แแป้งเนื้อครีมเบบี้มายด์

 

11.แป้งพัฟทาหน้า (ถ้าใช้)

::: มาจอร์ริก้า ปกติต้องรองพื้น+แป้งฝุ่นก่อนใช้แป้งพัฟระหว่างวัน

 

12.[สำหรับ ผู้ชาย] ครีมหรือโฟมโกนหนวดที่ใช้

::: -

 

13.[สำหรับ ผู้ชาย] อาฟเตอร์เชฟ (ถ้าใช้)

::: -

 

14.เครื่อง ประดับที่ชอบใส่

::: กำไรข้อมือ สร้อย แหวน ต่างหู นาฟิกา

 

15.ใส่แหวนรึเปล่า ถ้าใส่ ใส่นิ้วไหน

::: ใส่ข้างขวา นิ้วชี้กับนิ้วนาง, ข้างซ้ายนิ้วโป้งกับนิ้วก้อย

 

16.ลักษณะของตุ้มหูที่ใส่อยู่ ตอนนี้ (ถ้าใส่)

::: อยู่บ้านไม่ใส่ แต่ไปข้างนอกก็ขึ้นอยู่กับเสื้อผ้า

 

17.มี ยี่ห้อหรือแบรนด์โปรดมั้ย

::: ลี, ลีวายส์, wragler อือ มีหลายยี่ห้อนะ

 

18.เสื้อผ้าแบบที่ ชอบใส่

::: กางเกงยีนส์กับเสื้อแขนกุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์วันนั้นมากกว่าอยากจะใส่แบบไหน

 

19.สีที่ชอบ (เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย)

::: ทุกสีที่สวยและใส่แล้วดูตัวไม่เห่ย

 

20.รองเท้า แบบที่ชอบใส่

::: แบบสบายๆ จะเป็นผ้าใบ บูท คัทชู แบบสาน อะไรก็ได้ขึ้นกับเสื้อผ้า

 

21.ใช้ กระเป๋าถือมั้ย

:::  ใช้

 

22.ปกติ จะพกอะไรใส่กระเป๋าถือบ้าง

::: กระเป๋าเงิน กระเป๋าเศษสตางค์ กุญแจบ้าน มือถือ สมุดจดเล่มเล็กๆ สมุดฉีก ปากกา ดินสอ ยางลบ เครื่องคิดเลขพกพา แว่นกันแดด หมวก ร่ม(เฉพาะหน้าฝน) ถุงผ้า MP3 กระดาษทิชชู่ สมุดนามบัตร กระเป๋าเครื่องสำอางค์แบบพกพา (แป้ง ลิปมัน ลิปสี พู่กัน บรัชออน หวี ซับมัน พู่กันทาปาก) 

 

23.มือ ถือที่ใช้ และ สีสัน

::: Nokia รุ่นถูกๆ สีเทาดำ

 

24.เสียง เรียกเข้าที่ใช้

::: เสียงในเครื่อง

 

25.ใช้ ที่ห้อยมือถือมั้ย เป็นแบบไหน

:::เลิกใช้ไปแล้ว

 

สัมภาระในกระเป๋าถือเยอะจริงๆ

ซื้อหนังสือแพรว ปกที่มีปัญญา วิสทวัส และสัญญา คุณากร

กะว่าคงมีสัมภาษณ์ ข้อคิดดีๆ   พื้นฐานและวิธีการสร้างงานในแบบของตัว

มีการคุยกัน  แชร์กันระหว่าง 3 คนนี้

แต่...แม่ง...มีน้อยมาก

ย้ำ...น้อย จริงๆ

 

มีแต่แวดวงไฮโซ... มาแบบเกินครึ่งเล่ม ไม่นับโฆษณา และเครื่องสำอางค์

เซ็ง...ตัวเอง  ที่ไม่น่าเสียเงินไปฟรีๆ เลย  อยากอ่านสัมภาษณ์แบบนั้นคงต้องไปหาอ่านตามนิตยสารพวกที่เขาเจะลึกแบบนี้  มาหาอ่านในนิตยสารแบบสไตค์นี้ไม่ได้แล้วสินะ

สรุป...ผิดเอง  ที่ไปซื้อมา  เพราะลืมคอนเซ็ปของหัวหนังสือพวกนี้

คราวหน้า...ยืนอ่านในร้านแบบเดิมดีทีสุด...ฟันธง 

ปล่อยปละละเลยชีวิตตัวเองมาได้เป็นปี  อ้างสาเหตุมาจากซ่อมแซมบ้านหนึ่ง

บวกขี้เกียจอีกหนึ่ง

บวกตามใจปาก ซัดเบียร์ ซัดเหล้า ประเคนด้วยช็อคโกแลต ของกรุ๊บกรอบ ไม่นับเนื้อสัตว์ ก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็ให้อภัยตัวเองมาเสมอ ของพวกนี้กินได้  แต่...ต้องควบคุม

บวกออกกำลังกาย  บวกพักผ่อนให้เป็นเวลาและเพียงพอ  แต่...ไม่ทำ

เอาล่ะ  เสาร์ที่ 11 ซึ่งผ่านมา ได้ยินแต่คนรอบตัวเข้าโรงพยาบาลหาหมอ ซึ่งก็เป็นปกติล่ะ  แต่เขามีคนดูแล 

แล้วตัวเราเองล่ะ  ไม่มีใคร  มองซ้าย  มองขวา  ฉิบหายแล้ว เกิดไม่สบาย  ต้องป่วยทรมาณคนเดียวจะทำไงดีว่ะ

 

เอาล่ะ เย็นวันนั้น  ด้วยอาการที่รู้สึกไม่สบายพอประมาณ แต่ไม่หนักหนามาก

ก็โยคะทันที  เอาแบบคอร์สสั้นๆ 45 นาที ติดต่อกัน  ทำเสร็จเช้าวันอาทิตย์ตื่นมา ร้าวไปทั้งตัวแถมเหมือนมีไข้

ดังนั้นวันที่ 2 ก็ขอถอนไข้ด้วยโยคะต่อ ผลลัพธ์ ตื่นมาวันจันทร์มึนทั้งวัน ไข้ยังทรงๆ อาการเหมือนพิษในตัวกำลังหาทางออก เลยต้องทำต่อให้มันหายสักทีทำมันทั้งๆ มึนละนะ

เช้าวันนี้ วันที่ 4 ตัวโล่งสบายไปเลย ตื่นมาหมุนท้องสักหน่อย ชีวิตเริ่มดีขึ้น

เอาล่ะว่ะ  เดียวจะทำหุ่นให้เฟริม์ด้วย ไปหาคุณสุทั้งที  จะเอาตัวแบบอ้วนเตี๊ย พุ่งห้อย สะโพกบาน ต้นขาหนาไปก็ใช่ที  เห็นรูปร่างตัวเป็นแบบนั้นก็เซ็งจะตาย  รู้วิธีแต่งตัวพรางรูปร่าง  แต่ยังไงๆ มันก็ไม่มั่นใจเหมือนเวลาหุ่นดีๆ นี่หว่า

อีก  11 อาทิตย์หุ่นคงดี  สุขภาพคงดี  ขึ้นแน่นอน

 

 

ใครเป็นแบบนี้บ้างนะ  กินข้าวเสร็จ  อิ่ม...

แต่ขนมที่มีอยู่ไม่ใช่ของที่อยากกิน

หาเค็กที่ถูกใจก็ไม่มี  พราะตัวเองชอบกินเค็กเนื้อแน่นนุ่ม ครีมน้อยๆ

ไม่ก็ราดช็อคโกแลตขมๆ  แต่ไม่หวานมา แบบชาเขียวก็ได้  แบบเค็กผลไม้ก็ได้ 

แต่ก็หาเจ้าที่ถูกใจยังไม่ได้

 

ชอบกินขนมไทย  แต่ขนมไทยเดียวนี้ไม่อร่อย  ใช้กะทิกล่อง แป้งสำเร็จรูป

ทำเอาหวานลูกเดียว  ชอบกินทั้งครองแครง  ลอดช่อง  ขนมเทียน  ขนมเต่า ฯลฯ

แต่หาคนทำอร่อยไม่ได้

 

นึกดูแต่ก่อน  จะทำขนมตาลขายวันจันทร์  วันศุกร์พ่อต้องไปซื้อลูกตาลจากคลองเตย  มาเพื่อเตรียมแช่น้ำ

หยีเอาเนื้อออกมาทำ  เดียวนี้กาเป็นแป้งใส่สี...เฮ้อ

เวลาทำขนมครกขายก็เอาข้าวมาใส่โม่หินแล้วโม่ทำตัวขนมครก

เดียวนี้เอาแป้งมาละลายน้ำแล้วใส่สารพัดผงเพื่อทำให้ตัวแข็ง

จะทำเค็กมะพร้าว  ก็ต้องหามะพร้าวกำลังดีมาขูด แล้วอบเพื่อโรยหน้า  ทำตัวเค็ก

เดียวนี้เขาหากันแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

ขนมที่บ้านเคยทำขายเมื่อยังเล็กๆ  ต้องเป็นสิ่งที่เรากินได้อร่อย  คนซื้อจะได้อร่อยด้วย

เดียวนี้มีแต่คนทำขาย  แล้วไม่กินของที่ตัวเองทำ

หรือว่าไม่รู้จัก สิ่งของธรรมชาติจะสามารถทำให้อร่อยได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารปรุงแต่งกันแน่

เพราะกินแต่ของทำเลียนแบบ เลยไม่รู้ว่าต้นแบบจริงๆ มันอร่อยขนาดไหน

 

เฮ้อ..........อยากกินขนมอร่อยๆ จัง